4 เดือน ลดลงไป 7 กก.
จาก Part 2 ที่ผ่านมา เราได้คำนวณความต้องการพลังงานต่อวันกันแล้ว Part นี้เรามาเริ่มต้นวิธีลดความอ้วนแบบถาวร ไม่โยโย่กันดีกว่า
http://www.blogger.com/blogger.g?blogID=2434729251855610018#editor/target=post;postID=7925650803002903589 << link Part 2
เดือนแรก
เช้า
แกงจืดพลังงานประมาณ 150 กิโลแคลลอรี่โยเกิร์ตแบบไขมันต่ำประมาณ 100 กิโลแคลลอรี่
เที่ยง
อาหารตามอัธยาศัย เพราะบางทีไปต้องไปกินข้างนอกบ้าน แต่ขอเป็นซุปและงดของทอดแบบเด็ดขาด และคำนวณไว้ในใจว่าห้ามเกิน 400 กิโลแคลลอรี่
เย็น
แกงจืด หรือ น้ำพริกผักสด ตามสะดวก แต่อย่าเกิน 200 กิโลแคลลอรี่
เรากินอาหารครบ 3 มื้อ เผลอๆกินบ่อยกว่าด้วยซ้ำ เพราะช่วงแรกร่างกายต้องการการปรับตัว เราไม่ควรงดอาหารทันที การงดอาหารทันทีจะทำให้ร่างกายรู้สึกว่าขาดอาหาร และไม่ยอมเอาพลังงานไปใช้ เพราะร่างกายของเราก็กลัวตายเหมือนกัน พอเรากินเข้าไปอีกก็กลายเป็นสะสม ทำให้โยโย่นั่นเอง
วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือ ค่อยๆปรับขนาดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง สร้างนิสัยการกิน
- ถามว่าเราใช้ยาช่วยไหม? ยอมรับว่า ใช้
- แล้วมันได้ผลรึเปล่า? ยาเป็นตัวช่วยทำให้เร็วขึ้น แต่หลักๆคือ เราเองว่าจะปรับพฤติกรรมได้ไหม ปรับได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวช่วย
จากการวิจัยพบว่า หากเราสามารถควบคุมแคลอรี่ ให้น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวันลง 500 กิโลแคลอรี่ เราจะสามารถ ลดน้ำหนักได้อาทิตย์ละ 0.5 กก.
คำว่า อด (fasting) แปลว่ากินน้อยกว่า 800 แคลอรีต่อวัน ซึ่งการอดมีหลายวิธี เช่น อดด้วยน้ำผลไม้ อดด้วยน้ำมะนาว อดด้วยการกินผลไม้อย่างเดียว เป็นต้น
ในระหว่างอดนั้นตามหลักวิทยาศาสตร์จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงเป็น 4 ระยะ
1.ระยะหิว เกิดขึ้น 3-6 ชั่วโมงหลังอด ใครที่กินข้าวตั้งแต่ 6 โมงเช้า ระดับน้ำตาลในเลือดจะค่อยๆ ลดต่ำลง ร่างกายจะกระตุ้นให้เรารู้สึกหิว ถ้ากินอาหารเข้าไประดับน้ำตาลก็จะสูงขึ้นตามเดิม แต่ถ้าไม่กินอะไรเลย ร่างกายก็จะเข้าสู่ระยะที่สอง
2.ระยะโหย 6-12 ชั่วโมงถัดมา ร่างกายจะสลายไขมันออกมาใช้ นี่คือหลักการลดน้ำหนัก เราจะต้องผ่านระยะนี้ไปให้ได้ เพราะคนที่อดจะไม่เคยชิน เพราะท้องว่าง รู้สึกโหวงๆ อ่อนเพลียเล็กน้อย เพราะร่างกายได้นำเอาพลังงานจากไขมันออกมาใช้
3.ระยะซ่านพิษ 12-24 ชั่วโมงถัดมาอีก ร่างกายสลายไขมันมาเป็นพลังงานมากขึ้น ร่างกายจะเป็นกรดเล็กน้อย จะมีอาการไข้ต่ำๆ ปวดหัว ง่วงนอน มึนศีรษะ หงุดหงิด ครั่นเนื้อครั่นตัว กระสับกระส่าย ภาษาแพทย์เรียกว่า ซ่านพิษ เพราะพิษที่สะสมไว้สลายมาพร้อมไขมัน ร่างกายจึงพยายามขับออก ขอแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ และนอนพัก
ถ้าคุณผ่านระยะนี้ไปได้ การอดของคุณก็ง่ายแล้ว ที่อดไม่ได้เพราะอาการต่างๆ มันรบกวนให้คุณตบะแตกเสียทุกทีไป
4.ระยะปลอดพิษ อาการต่างๆ ในระยะซ่านพิษจะหายไปหมด ฉะนั้นในการอดวันที่ 2 จะง่ายกว่ามาก
ช่วงอาทิตย์แรก เป็นช่วงที่ทรมาณที่สุด เราจะกินซุปบ่อยๆ ไปไหนพกกล่องข้าวน้อยอันนึง หิวก็ควักมาซดซุปแบบไม่สนใจใครจะมอง (มองแบบนี้ อย่ามามองตอนฉันผอมแล้วละกัน ชิๆๆ)
การปรับพฤติกรรมของร่างกาย ถ้าผ่านเดือนแรกไปแล้ว เดือนต่อไปก็จะง่ายขึ้น ทำให้เป็นนิสัย
.jpg)
